รีวิวเกม

(รีวิว) Battlefield 4 : ราชาแห่ง FPS หวนคืนบังลังค์

ณ วินาทีนี้คงไม่มีใครปฏิเสธได้เลยว่า สุดยอดเกม FPS ระดับโลกที่เข้าไปอยู่ในดวงใจหลายคนไปแล้ว คงหนีไม่พ้นจ้าวแห่งเกม FPS อย่าง Battlefield 4 ที่กำลังผงาดอยู่ ณ ขณะนี้ ซึ่งภาคต่อของเกมซีรี่ย์นี้จะเป็นอย่างไร คุ้มค่ากับการรอคอยและสตางค์ที่จ่ายไปไหม เราลองมาดูกันดีกว่าครับ

การพัฒนาของโหมดเนื้อเรื่้องที่ดีขึ้น แต่ยังไม่ดีเท่าที่ควร

ในภาค 4 นี้คนเล่นจะได้เล่นทั้งในโหมด Single และ มิลติเพลเยอร์ โดยที่ไม่มีโหมด CO-OP มาให้แบบในภาค 3 สำหรับโหมดเนื้อเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องราวของทหารนายใหม่ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเนื้อเรื่องภาค 3 เลย ซึ่งในครั้งนี้จะมีศัตรูที่เป็นนายพลของจีนซึ่งได้มีรัสเชียมาหนุนหลังอยู่ การหยุดยั้งไม่ให้สงครามโลกครั้งใหม่เกิดขึ้นและปกป้องเอกราชของอเมริกาเอาไว้ให้ได้ เป็นหน้าที่ของนายทหารที่เป็นตัวเอกนั่นเอง

ตัวเนื้อเรื่องทำไม่ได้ออกมาหวือหวาหรือดูแปลกใหม่เท่าไหร่นัก อันที่จริงแล้ว ตัวเนื้อเรื่องนั้นไม่ได้เน้นโฟกัสไปที่ชนวนสงครามหรือฉากหายนะจากการปะทะเหมือนที่ผ่านมาเท่าไหร่นัก แต่จะเน้นไปที่ตัวละครที่คนเล่นได้รับบทเสียมากกว่า ซึ่งทาง EA ได้พยายามที่จะให้คนเล่นได้รู้สึกผูกพันธ์กับตัวละครและเข้าใจพวกเขา แต่ก็ทำได้ดีระดับหนึ่งอะนะ ถ้าจะเอาตรงๆ คือยังไม่สามารถเทียบได้กับเกมอีกค่ายหนึ่งได้นั่นแหละ

แต่ก็นับว่าทาง EA ได้ทำออกมาถูกทางระดับหนึ่งแล้ว เพราะอย่างน้อย เนื้อเรื่องของเกมก็ยังแสดงให้เห็นถึงสภาพจิตใจของคนที่เป็นทหารว่าพวกเขาไม่ใช่เครื่องจักรสังหาร เขาก็เป็นคนเหมือนกันกับเรา (ได้ใช้แบบอย่างมาจาก MEDAL OF HONOR WARFIGHTER) และหากสังเกตดีๆ การแสดงบทบาทของตัวละครใน Battlefield 4 ยังดูดีที่สุดเมื่อเทียบกับเกมอื่้นๆ ของโหมดเนื้อเรื่องที่ผ่านมาของ EA อาจต้องใช้เวลาขัดเกลาบทเพิ่มอีก แต่ก็ให้เห็นว่า EA เริ่มเรียนรู้ที่จะพัฒนาในส่วนของบทเนื้อเรื่องได้ดีขึ้นบ้างแล้ว

ทว่า ตัวบทก็ยังมีจุดอ่อนและยังมีอะไรที่ไม่ครบถ้วนในการนำเสนอ ตัวละครบางตัว ฉากสำคัญบางฉากดันตัดทิ้งหายไป ทิ้งคำถามให้คนเล่นชวนสงสัยว่าเขาคนนั้นหายไปไหน หรือเหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อ อันเป็นลักษณะของการเผางานระดับหนึ่งที่ไม่สานต่อให้เนื้อเรื่องออกมาครบถ้วนสมบูรณ์ (ไม่ก็กั๊กให้มีต่อในภาค 5) ซึ่งน่าเสียดายที่การพัฒนและการเริ่มต้นของบท ทั้งตัวละครและเนื้อเรื่องทำออกมาได้ดีแล้ว แต่ดันทำออกมาไม่ดีตั้งแต่กลางเรื่องยันท้ายเรื่องซะงั้น

ดังนั้นแล้วสำหรับคนเล่น ท่านก็อย่าคาดหวังว่าเนื้อเรื่องมันจะมีอะไรซับซ้อนหรือลึกซึ้งอะไรนัก คิดซะว่ากำลังนั่งดูนิทานเรื่องหนึ่งดีกว่า เพราะตัวเกม Battlefield นั้นดูเหมือนว่าจะยังคงเน้นโฟกัสไปที่มัลติเพลเยอร์มากกว่าโหมดคนเล่นเดี่ยวเช่นเคย คิดว่าเป็นการซ้อมฝีมือก่อนที่จะได้ลงไปลุยกันในโหมดมัลติเพลเยอร์ของจริง

แต่สิ่งที่พัฒนาอีกขั้นของโหมดเนื้อเรื่องเดี่ยวนั่นก็คือ แม้ว่าฉากสงครามหายนะต่างๆ อาจไม่ได้ดูยิ่งใหญ่อลังมาก แต่ก็จัดเต็มความหายนะอัดคนเล่นกันไม่ยั้งพร้อมกับเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ที่คนเล่นจะได้เจอในโหมดเนื้อเรื่องเป็นครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้กับศัตรูท่ามกลางพายุที่ถาโถมกระหนํ่า หรือฉากถล่มหายนะที่อัดใส่คนเล่นไม่ยั้งที่จัดเต็มกว่าเดิมและใกล้ชิดกับเหตุทำลายล้างมากกว่าเดิม ซึ่งยังคงมอบประสบการณ์ความตื่นเต้นและความสนุกสนานอีกเช่นเคย

อีกทั้งทีมพัฒนาได้นำองค์ประกอบของโหมดมิลติเพลเยอร์เอามาใส่ในโหมดคนเล่นเดี่ยวด้วย เช่น การฆ่าศัตรูหรือการทำลายพาหนะได้ก็จะได้แต้มเหมือนเล่นออนไลน์ ซึ่งจะส่งผลในการปลดล็อคอาวุธใหม่ต่างๆ (และหากต้องการของใหม่ ก็ต้องเก็บของจากศัตรู ซึ่งทำให้กระสุนของอาวุธปืนที่คนเล่นมีไม่ได้เยอะนั่นเอง) คนเล่นมีอิสระในการเอาปืนเอามาเล่นได้ตามใจชอบผ่านกล่องอาวุธที่มีตามทางต่างๆ และใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อสำหรับทำลายพาหนะของอีกฝ่าย รวมทั้งหมดคนเล่นจะมีอาวุธหลักทั้งหมด 4 อย่างเลยทีเดียว! (ปืน 2 และอาวุธทำลายล้างสูงอีก 2) ไม่รวมมีดและระเบิดครับ

นอกจากนี้พื้นที่สนามรบได้เปิดกว้างและมอบอิสระให้คนเล่นจัดการกับศัตรูตามใจชอบ ในบางฉากนั้นจะมีพาหนะมาให้ขึ้นเหมือนในโหมดออนไลน์เด๊ะๆ ซึ่งนอกจากจะทำให้คนเล่นสามารถเล่นได้แบบไม่เป็นเส้นตรงแล้ว ยังเป็นการให้คนเล่นคุ้นชินกับการเล่นโหมดออนไลน์แต่เนิ่นๆ ด้วย ซึ่งเป็นการเสนอไอเดียที่น่าสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะกับคนเล่นที่อาจไม่เคยเล่นภาค 3 มาก่อน แต่แม้ว่าจะมีอิสระให้คนเล่น คนเล่นแทบจะลอบเร้นในการลอบฆ่าทีละคนไม่ได้เลย ยังเน้นบู๊ล้างผลาญ ดุจคนเหล็กผสมแรมโบ้ไปเลยก็ว่าได้ (เลือดฟื้นไวมาก)

กล่าวโดยสรุปสำหรับโหมดคนเล่นเดี่ยว แม้ว่าในทางด้านเนื้อเรื่องจะไม่ได้คะแนนเต็ม แต่ก็ได้สอบผ่านมาแล้วระดับหนึ่ง EA เริ่มจับทางเนื้อเรื่องได้ดีกว่าเดิมแล้ว ก็ยังถือว่าดีกว่าเดิมมาหน่อย แต่คนเล่นจะได้รับประสบการณ์เหมือนเล่นออนไลน์ในโหมดคนเล่นเดี่ยว พร้อมกับการเล่นในฉากต่อสู้เปิดกว้างที่มอบอิสระมากกว่าเดิม และก็ต้องดูต่อไปว่า ในภาค 5 ทาง EA จะมีพัฒนาในด้านเนื้อเรื่องเพิ่มเติมอย่างไรบ้าง

ถล่มศัตรูให้ยับ ด้วยโหมดออนไลน์สุดมัน

และก็มาถึงตาโหมดที่เป็นตัวชูโรงของตัวเกมอย่างมัลติเพลเยอร์กันครับ ในภาค 4 นี้ก็ยังคงเน้นออนไลน์เหมือนเดิม ไม่มี BOT ไม่มี LAN เหมือนภาค 3 และวิธีการเข้าเกมก็เหมือนกับภาค 3 ทุกอย่างเหมือนเดิมเด๊ะ และก็ได้มีโหมดที่หลายคนคุ้นเคยไม่ว่าจะเป็นยึดฐาน , ไปจุดชนวนระเบิด รวมไปถึงโหมดใหม่ที่จะต้องวิ่้งไปเอาระเบิดไปวางตามจุดต่างๆ อีกด้วย

ตัวเกมเพลก็ยังได้นำเสนอการปะทะกดดันคะแนนอีกฝ่ายพร้อมด้วยพาหนะที่หลากหลายในสนามรบเปิดกว้างเหมือนเดิม แต่ที่ต่างจากภาค 3 ก็คือ ตัวเกมนั้นได้นำเสนอสภาพแวดล้อมในการรบที่สมจริงกว่าเดิมและการทำลายล้างที่มากขึ้น ในภาค 3 นั้นสิ่งปลูกสร้างยังคงมีการทำลายได้เป็นบางแห่ง แต่ในภาค 4 นี้จะทำลายล้างได้มากกว่าเดิม (ยกเว้นสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ยักษ์ที่พังไม่ได้)

ในเกมได้นำเสนอรูปแบบการเล่นที่แปลกใหม่สำหรับวงการเกม FPS ไม่ว่าจะเป็นคนเล่นที่ที่สามารถถล่มตึกสูงหลายสิบชั้นให้ถล่มลงมาได้ , การทำลายเขื่อนกั้นนํ้าที่ทำให้ระดับนํ้าเพิ่มสูงขึ้นและเปลี่ยนแปลงการปะทะกันในเกม หรือแม้แต่พายุเข้าที่ทำให้เกิดคลื่นนํ้าสูง ซึ่งสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ในการเล่นโดยที่ไม่เคยเจอในเกมไหนมาก่อน

การปะทะกับศัตรูทางนํ้าหรือยุทธนาวีนั้นเป็นสิ่งที่ทาง EA ภูมิใจนำเสนอ เพราะว่ายามใดที่พายุถล่มในด่านเกาะ คลื่นนํ้าทะเลจะสูงมาก ในทางปกติ เป็นอันตรายสำหรับนักเดินเรือ แต่ในเกม มันคือการปะทะที่ยากขึ้นแต่ท้าทายขึ้น (มั่้นใจได้ว่าเรือไม่มีทางควํ่า) ซึ่งจะทำให้คนเล่นได้พบกับประสบการณ์ในการเดินเรือเสมือนเราได้ขึ้นขี่เรือสู้กันจริงๆ

ระบบคราสในเกมได้มีการปรับใหม่ แม้ว่าจะมี 4 คราสเหมือนเดิมแต่ทุกคราสจะมีอาวุธโจมตีหนักเหมือนกัน ทำให้คนเล่นสามารถโจมตีอีกฝ่ายได้เป็นหมู่คณะหรือโจมตีใส่พาหนะได้แม้คนล่นที่เป็นสไนเปอร์ แต่คนเล่นก็ยังมีอิสระในการปลดล็อคอาวุธที่ทำให้คนเล่นสามารถเลือกใช้อาวุธและอุปกรณ์ตามที่ตนเองถนัดได้ ทำให้ทุกสายการเล่น เป็นได้ทั้งสายรุกและสายรับ ซึ่งได้มอบอิสระในการเล่นมากกว่าเดิม

นอกจากนี้ตัวเกมก็ยังนำเสนอประสบการณ์ในการเล่นด้วยพาหนะที่ดีกว่าเดิม คนเล่นยังมีสิทธิในการปรับเปลี่ยนพาหนะตนเองให้ดูแปลกตาขึ้นได้ระดับหนึ่ง และเพิ่มขีดความสามารถของพาหนะให้มันสามารถทำอะไรเว่อร์ๆ ได้ เช่น ขับรถถังขึ้นไปบนดาดฟ้า หรือ ใส่รถถังยิงถล่มกำแพงเพื่อเปิดทางใหม่ๆ ได้หลากหลายจุดมากยิ่งขึ้น

ตัวเกมเพลนั้นถ้าจะว่ากันตรงๆ นอกจากการเปลี่ยนแปลงที่ผ่านมาแล้วก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากภาค 3 เท่าไหร่นัก การเล่นทุกอย่างยังคงมีเป้าหมายเดิม (ที่จะต่างคือครั้งนี้จะมีจีนมาเอี่ยวด้วย) แต่ต้องยอมรับว่า การพัฒนาของกราฟฟิกและการทำลายล้างของภาคนี้ทำออกมาได้ดูดียิ่งขึ้นมากกว่าเดิม

สิ่งที่ยังคงตามมาหลอกหลอน.. นั่นก็คือ

บั๊กครับ ในเกมภาคนี้ย่อมมีบั๊กและข้อเสียไล่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นความเอ๋อของ AI ที่บางครั้งฝ่ายเดียวกับตรงข้ามวิ่งไปด้วยกันยังกับจับมือกันแล้ว AI บางตัวยังวิ่งทะลุเสาไปเฉย ซึ่งสร้างความงงกับคนเล่นว่ามันไปฝึกนินจาอะไรมาเหรอ (ฟะ) ซึ่งบั๊กทะลุฉากที่ไม่เนียนนั้นยังคงมีให้เห็นในภาคนี้ ในส่วนมัลติเพลเยอร์เท่าที่เจอตอนนี้น่าจะเป็นบั๊กเสียงหายเสียมากกว่า ทางด้านเกมเพลถ้านอกจากติดฉากบางฉากแล้วก็ยังไม่มีให้เห็นมากนัก

บทสรุปสู่สงครามครั้งใหม่

สิ่งที่ EA ได้ทำกับ Battlefield 4 ได้อย่างยอดเยี่ยมคือการนำเสนอกราฟฟิกและเกมเพลระดับทำลายล้างและมอบประสบการณ์ที่เกมอื่นไม่มีให้ แม้ว่าในโหมดเนื้อเรื่องจะยังไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็นก็ตาม สำหรับคนไหนที่้ต้องการเสพเกมที่คงคุณภาพกราฟฟิก ความสมจริงดุจได้ไปเล่นสนามรบ และประสบการณ์การเล่นที่หาจากเกมอื่นไม่ได้แล้วหละก็ Battlefield 4 คือคำตอบของคุณครับ

จุดเด่น
– การพัฒนาในส่วนของเนื้อเรื่องที่ดีกว่าในภาค 3 แม้ว่ายังไม่สุดก็เหอะ
– นำเสนอการต่อสู้ในสถานที่ที่แปลกใหม่ โดยเฉพาะการต่อสู้ทางนํ้า
– กราฟฟิกที่พัฒนาพร้อมกับการทำลายล้างมากกว่าเดิม
– ทางเลือกที่หลากหลาย และประสบการณ์การเล่นออนไลน์ที่มันส์กว่าเดิม!
– บั๊กน้อยลง และปัญหาโดนเตะออกจากเซิร์ฟตอนเล่นออนไลน์ มีไม่มากเท่าภาค 3 แล้ว

ข้อเสีย
– บทที่ยังขัดเกลาไม่ดีนัก เปิดทางมาเริ่มดีแล้ว แต่ไม่ทำให้สมบูรณ์ที่มันควรจะเป็น
– ยังไม่มีอิสระในการเล่นเท่าที่ควรในโหมดเนื้อเรื่อง
– บั๊กทะลุฉากยังมีมาให้เห็น ช่างชวนหลอนยิ่งนัก

ตัวเกม Battlefield 4 มีวางจำหน่ายแล้ว ราคา 1,699 บาท สามารถซื้อกับทาง DKS ได้เลย

ลิ้งร้านค้า DKS > http://dks.in.th/battlefield-4


ขอขอบคุณ : DKS Digitalkeystore สำหรับการสนับสนุนตัวเกมในการนำมารีวิวครับ

Leave a comment